น้ำท่วมจีน ดับแล้ว 15 เจ็บหนักเกือบ 300 ราย พายุฝนฟ้าคะนองถล่มจีน
น้ำท่วมจีน ประเทศจีนเผชิญ สภาพอากาศรุนแรงต่อเนื่อง ในภาคกลาง และภาคใต้ ทั้งพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง น้ำท่วม และดินถล่ม เกมยิงปลาBoom Legend ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน บาดเจ็บ 275 คน ขณะที่ประชาชนในกว่างซีกว่า 48,000 คนต้องอพยพหนีน้ำท่วม และเกิดเหตุดินถล่มในมณฑลกานซูฝังประชาชน 33 คน เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือออกมาได้แล้ว 17 คน

น้ำท่วมจีน ประเทศจีน เจอกับพายุไต้ฝุ่น ไมสัก พายุหมุนเขตร้อน ถล่ม ฝนตกน้ำท่วมหนัก ทำอ่างเก็บน้ำแตก
สื่อจีนรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติ ทางธรรมชาติครั้งใหญ่ สล็อต Classic Gold ในหลายภูมิภาคโดยเมื่อวันจันทร์และวันอังคารที่ผ่านมา (6-7 ก.ค.) หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง ทั้งพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง พายุทอร์นาโด และดินโคลนถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่เกษตรกรรมอย่างหนัก
สถานีโทรทัศน์ CCTV และสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในช่วงเย็นของวันจันทร์ที่ผ่านมา พายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงความเร็วสูงสุดถึง 149 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้พัดถล่มหลายเมืองในมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของประเทศ รวมถึงเมืองหวงสือ, หวงกัง, เอ้อโจว และเสียนหนิง ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง
ภัยพิบัติครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในมณฑลหูเป่ยแล้วอย่างน้อย 11 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 275 รายในเขตหวงโจวของเมืองหวงกัง นอกจากนี้ยังมีรายงานการเกิดพายุทอร์นาโดในบางพื้นที่ และมีผู้สูญหายอีก 1 ราย ทางการท้องถิ่นต้องอพยพประชาชนอย่างเร่งด่วนแล้วกว่า 408 รายไปยังพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังกู้ภัยและบรรเทาทุกข์อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ อิทธิพลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก” ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงขั้นวิกฤตทั่วนครหนานนิง เมืองเอกของกว่างซี ตั้งแต่วันที่ 4-6 ก.ค. ที่ผ่านมา
เวย เจียง รองนายกเทศมนตรีนครหนานนิง แถลงข่าวในช่วงเย็นวันจันทร์ว่า ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งส่งผลให้อ่างเก็บน้ำหลิ่วหลาน และอ่างเก็บน้ำอวิ๋นเปียว ในเมืองเหิงโจว เกิดเอ่อล้นและพนังกั้นน้ำแตกพังทลาย ส่งผลให้มวลน้ำโคลนมหึมาทะลักเข้าท่วมพัดถล่มเมืองอวิ๋นเปียวและพื้นที่โดยรอบอย่างรุนแรง บ้านเรือนและรถยนต์จำนวนมากจมอยู่ใต้บาดาล มีผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมนี้แล้ว 4 ศพ และมีประชาชนได้รับผลกระทบสูงถึง 55,000 คน ซึ่งทางการสามารถอพยพประชาชนล่วงหน้าและย้ายกลุ่มเสี่ยงหนีน้ำได้ทันท่วงทีราว 48,000 คน
จากความรุนแรงของสถานการณ์ กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนได้ประกาศยกระดับมาตรการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมอุทกภัยในมณฑลกว่างซีจากระดับ 3 ขึ้นสู่ “ระดับ 2” พร้อมกันนี้กระทรวงการจัดการภาวะฉุกเฉินได้จัดสรรสิ่งของบรรเทาทุกข์กว่า 150,000 ชิ้น ไปยังพื้นที่ประสบภัยในกว่างซี รวมถึงเมืองกุ้ยกังและฝางเฉินก่างแล้ว
นอกจากภัยพิบัติจากพายุและน้ำท่วมทางตอนใต้แล้ว ในช่วงเช้ามืดของวันอังคาร เวลาประมาณ 06.56 น. ได้เกิดเหตุดินถล่มรุนแรงขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลหนานเหอ อำเภอถ่านชาง เมืองหลงหนาน มณฑลกานซู ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ทางการท้องถิ่นคาดว่ามีชาวบ้านถูกดินโคลนถล่มทับและฝังอยู่ใต้ดินรวม 33 ราย โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตขึ้นมาได้แล้ว 17 ราย และกำลังเร่งระดมกำลังค้นหาผู้สูญหายที่เหลืออย่างสุดความสามารถ
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีนยังแจ้งเตือนว่า พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้และมณฑลทางตะวันออก เช่น เจียงซู และซานตง ต้องเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่สูงถึง 260 มิลลิเมตรในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มเพิ่มเติม ขณะที่พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือและตอนใต้ก็ยังมีโอกาสเกิดพายุทอร์นาโด ซึ่งสภาพอากาศแปรปรวนรอบใหม่นี้จะกระทบต่อประชากรรวมกันกว่า 200 ล้านคนในพื้นที่เสี่ยง และอาจสร้างความเสียหายรุนแรงต่อพืชเศรษฐกิจที่รอการเก็บเกี่ยว เช่น ข้าวโพด ถั่วลิสง และพืชผัก
ยิ่งไปกว่านั้น จีนยังต้องสั่งเฝ้าระวัง “ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่” ที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกมุ่งหน้าสู่ไต้หวัน โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่าพายุดังกล่าวพัดด้วยความเร็วลมสูงสุดถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะเคลื่อนผ่านเกาะกวมและหมู่เกาะมาเรียนาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
นักวิทยาศาสตร์และนักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ความรุนแรงและความถี่ของสภาพอากาศสุดขั้วเหล่านี้เป็นผลกระทบโดยตรงจาก “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ที่โลกกำลังร้อนขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งภัยธรรมชาตินี้กำลังสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจแก่จีนคิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในแต่ละปี ท่ามกลางความพยายามของจีนที่ตั้งเป้าหมายจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2060.