ปตท กำไรครึ่งปีแรก 2569 โต 74.5% แตะ 7.8 หมื่นล้านบาท
ปตท บริษัท ป ต ท. จำกัด (มหาชน) หรือ ป ต ท. เปิดเผยงบการเงินเฉพาะบริษัทและงบการเงินรวมสำหรับ แอ พ ไฮโลไทย งวด 3 เดือน และงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ของป ต ท. เว็บสล็อต วอ เลท และบริษัทย่อย มีดังนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจโลกในครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2568 ภาพรวมเศรษฐกิจ และตลาดพลังงานโลกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านอุปทานพลังงานและความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

ปตท กำไรครึ่งปีแรก 2569 โต 74.5% แตะ 7.8 หมื่นล้านบาท แรงหนุนธุรกิจกลั่น-ปิโตรเคมี รายได้การขาย 1.54 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5%
โดยราคาน้ำมันดิบดูไบ ณ ไตรมาสแรก ปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 91.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากในครึ่งแรกของปี 2568 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 71.93 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ค่าเงินบาทเฉลี่ยแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับในไตรมาสแรก 2568 โดยในไตรมาสแรก ปี 2568 ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 33.69 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ใน ไตรมาสแรก ปี 2569 ค่าเงินบาทเฉลี่ย อยู่ที่ 32.26 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ดี กลุ่ม ป ต ท. มีการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากการ ทำ Natural hedge ซึ่งช่วยจำกัดผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทต่อการดำเนินงานในภาพรวม
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพด้าน อุปทานพลังงานและความผันผวนของราคาพลังงานดังกล่าว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการ เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว (AI & Digitalization)
ป ต ท. ต้องก้าวข้ามการปรับตัวสู่การเป็นผู้นำ การเปลี่ยนแปลงโดยยังคงขับเคลื่อนการเติบโตภายใต้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างสมดุลตามหลัก 3 มิติ (Energy Trilemma) ทั้งการให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน (Security) ให้กับประเทศ
การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้ (Affordability / Competitiveness) และการดำเนินธุรกิจอย่าง ยั่งยืน (Sustainability) ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมุ่งเน้นการยกระดับผลการดำเนินงาน ผ่านการเร่งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ Hydrocarbon โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจ Upstream รวมถึงการขยายการค้าและหาโอกาสในการลงทุนใน LNG เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและรองรับ ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการบริหารจัดการการลงทุนอย่างมีวินัย
ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังส่งผลให้กลุ่ม ป ต ท. มีภาระด้านสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น จากหลักประกัน ในการจัดซื้อน้ำมันดิบ (Margin Call) เงินทุนหมุนเวียนในการจัดหาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงเงิน ค้างชำระจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของ ป ต ท. ในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของ ประเทศ
แม้ต้องเผชิญกับต้นทุนและความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความไม่สงบใน ตะวันออกกลาง กลุ่ม ป ต ท. ได้สนับสนุนมาตรการภาครัฐ ทั้งการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่น การควบคุมการ ส่งออกน้ำมัน และการตรึงราคาขายปลีกน้ำมัน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคประชาชน โดยประเมินเป็น จำนวนเงินกว่า 8,500 ล้านบาท